แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

การประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา

 

การดำเนินงานเกี่ยวกับการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ของสถาบันการอาชีวศึกษา เขตกรุงเทพมหานคร
Internal Quality Assurance Implementation in Vocational Institute in Bangkok
ชื่อนิสิตสุภกิจ เทียนถาวร
Supakit Teantaworn
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาดร ผดุงชัย ภู่พัฒน์ ดร คมศร วงษ์รักษา
Dr Phadungchai Pupat Dr Komsorn Wongraksa
ชื่อสถาบันสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง. บัณฑิตวิทยาลัย
King Mongkuts Institute of Technology Ladkrabang. Bangkok (Thailand). Graduate School.
ระดับปริญญาและรายละเอียดสาขาวิชาวิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. ครุศาสตร์อุตสาหกรรม (หลักสูตรและการสอนอาชีวศึกษา)
Master. Industrial Education (Vocational Curriculum and Instruction)
ปีที่จบการศึกษา2545
บทคัดย่อ(ไทย)~bการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบการดำเนินงาน เกี่ยวกับการประกันคุณภาพภายใน~b สถานศึกษา ของสถาบันการอาชีวศึกษา เขตกรุงเทพ มหานคร และกลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย ครู อาจารย์ สถาบันการอาชีวศึกษา 29 สถานศึกษา มีจำนวนทั้งสิ้น 320 คน แบบสอบ
ชื่อวิทยานิพนธ์ศึกษาสภาพการปฏิบัติและปัญหาด้านกระบวนการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา สังกัดกองการศึกษาอาชีพ กลุ่มสถานศึกษาภาคกลาง กรมอาชีวศึกษา~b
A Study of Internal Quality Assurance Problems in Industrial and Community Education Colleges in the Central Region Group, Vocational Education Deparment, Ministry of Education.
ชื่อนิสิตสมมนา สุวรรณนที
Sommana Suwanatee
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาดร. คมศร วงษ์รักษารศ. หรรษา ศิวรักษ์ผศ. สุภรณ์ ลิ้มบริบูรณ์
Dr. Komsorn WongruksaAsso.Prof. Hansa SiwarukAsst.Prof. Suporn Limboriboon
ชื่อสถาบันมหาวิทยาลัยบ้านสมเด็จเจ้าพระยา. บัณฑิตวิทยาลัย
Bansomdejchaopraya Rajabhat University. Bangkok (Thailand). Graduate School.
ระดับปริญญาและรายละเอียดสาขาวิชาวิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. ครุศาสตร์ (การบริหารการศึกษา)
Not Available
ปีที่จบการศึกษา2545
บทคัดย่อ(ไทย)การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1. สภาพการปฏิบัติด้านกระบวนการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา สังกัดกองการศึกษาอาชีพ กลุ่มสถานศึกษาภาคกลาง กรมอาชีวศึกษา 2. ปัญหาจากการปฏิบัติด้านกระบวนการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา สังกัดกองการศึกษาอาชีพ กลุ่มสถานศึกษาภาคกลาง กรมอาชีวศึกษา 3. สภาพการปฏิบัติและปัญหาจากการปฏิบัติด้านกระบวนการประกัน คุณภาพภายในสถานศึกษาสังกัดกองการศึกษาอาชีพ กลุ่มสถานศึกษาภาคกลาง กรมอาชีวศึกษา ระหว่างตัวแปรสถานภาพ เพศ ระดับการศึกษาและประสบการณ์การทำงาน ผลการวิจัยพบว่า 1. สภาพการปฏิบัติด้านกระบวนการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา สังกัดกองการศึกษาอาชีพกลุ่มสถานศึกษาภาคกลาง กรมอาชีวศึกษา อยู่ในระดับปานกลางทั้ง 4 ด้าน 2. ปัญหาจากการปฏิบัติด้านกระบวนการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา สังกัดกองการศึกษาอาชีพกลุ่มสถานศึกษาภาคกลาง กรมอาชีวศึกษา อยู่ในระดับปานกลางทั้ง 4 ด้าน 3. พิจารณาตามตัวแปรที่ศึกษา พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามที่เป็นผู้บริหารและครู-อาจารย์มีความคิดเห็นต่อสภาพปฏิบัติด้านกระบวนการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ทั้ง 4 ด้าน อาจารย์ชายและอาจารย์หญิงมีความคิดเห็นต่อสภาพปฏิบัติด้านกระบวนการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ในด้านการวางแผน การดำเนินการตามแผน และการตรวจสอบประเมินผล ส่วนด้านการนำผลการประเมินมาปรับปรุงงานอาจารย์ชายและอาจารย์หญิง มีความคิดเห็นแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 อาจารย์ที่มีระดับการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็นต่อสภาพปฏิบัติด้านกระบวนการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ และอาจารย์ที่มีประสบการณ์การทำงานต่างกัน มีความคิดเห็นต่อสภาพปฏิบัติด้านกระบวนการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ในด้านการวางแผน ส่วนด้านการตรวจสอบประเมินผลแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 นอกจากนี้พบว่าด้านการดำเนินการตามแผนและการนำผลการประเมินมาปรับปรุงงานแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อพิจารณาตามตัวแปรสถานภาพ เพศ ระดับการศึกษา และประสบการณ์การทำงาน พบว่า มีความคิดเห็นต่อสภาพปัญหาจากการปฏิบัติตามกระบวนการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ



ชื่อวิทยานิพนธ์ศึกษาสภาพการปฏิบัติและปัญหาด้านกระบวนการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา สังกัดกองการศึกษาอาชีพ กลุ่มสถานศึกษาภาคกลาง กรมอาชีวศึกษา~b
A Study of Internal Quality Assurance Problems in Industrial and Community Education Colleges in the Central Region Group, Vocational Education Deparment, Ministry of Education.
ชื่อนิสิตสมมนา สุวรรณนที
Sommana Suwanatee
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาดร. คมศร วงษ์รักษารศ. หรรษา ศิวรักษ์ผศ. สุภรณ์ ลิ้มบริบูรณ์
Dr. Komsorn WongruksaAsso.Prof. Hansa SiwarukAsst.Prof. Suporn Limboriboon
ชื่อสถาบันมหาวิทยาลัยบ้านสมเด็จเจ้าพระยา. บัณฑิตวิทยาลัย
Bansomdejchaopraya Rajabhat University. Bangkok (Thailand). Graduate School.
ระดับปริญญาและรายละเอียดสาขาวิชาวิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. ครุศาสตร์ (การบริหารการศึกษา)
Not Available
ปีที่จบการศึกษา2545
บทคัดย่อ(ไทย)การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1. สภาพการปฏิบัติด้านกระบวนการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา สังกัดกองการศึกษาอาชีพ กลุ่มสถานศึกษาภาคกลาง กรมอาชีวศึกษา 2. ปัญหาจากการปฏิบัติด้านกระบวนการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา สังกัดกองการศึกษาอาชีพ กลุ่มสถานศึกษาภาคกลาง กรมอาชีวศึกษา 3. สภาพการปฏิบัติและปัญหาจากการปฏิบัติด้านกระบวนการประกัน คุณภาพภายในสถานศึกษาสังกัดกองการศึกษาอาชีพ กลุ่มสถานศึกษาภาคกลาง กรมอาชีวศึกษา ระหว่างตัวแปรสถานภาพ เพศ ระดับการศึกษาและประสบการณ์การทำงาน ผลการวิจัยพบว่า 1. สภาพการปฏิบัติด้านกระบวนการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา สังกัดกองการศึกษาอาชีพกลุ่มสถานศึกษาภาคกลาง กรมอาชีวศึกษา อยู่ในระดับปานกลางทั้ง 4 ด้าน 2. ปัญหาจากการปฏิบัติด้านกระบวนการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา สังกัดกองการศึกษาอาชีพกลุ่มสถานศึกษาภาคกลาง กรมอาชีวศึกษา อยู่ในระดับปานกลางทั้ง 4 ด้าน 3. พิจารณาตามตัวแปรที่ศึกษา พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามที่เป็นผู้บริหารและครู-อาจารย์มีความคิดเห็นต่อสภาพปฏิบัติด้านกระบวนการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ทั้ง 4 ด้าน อาจารย์ชายและอาจารย์หญิงมีความคิดเห็นต่อสภาพปฏิบัติด้านกระบวนการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ในด้านการวางแผน การดำเนินการตามแผน และการตรวจสอบประเมินผล ส่วนด้านการนำผลการประเมินมาปรับปรุงงานอาจารย์ชายและอาจารย์หญิง มีความคิดเห็นแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 อาจารย์ที่มีระดับการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็นต่อสภาพปฏิบัติด้านกระบวนการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ และอาจารย์ที่มีประสบการณ์การทำงานต่างกัน มีความคิดเห็นต่อสภาพปฏิบัติด้านกระบวนการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ในด้านการวางแผน ส่วนด้านการตรวจสอบประเมินผลแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 นอกจากนี้พบว่าด้านการดำเนินการตามแผนและการนำผลการประเมินมาปรับปรุงงานแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อพิจารณาตามตัวแปรสถานภาพ เพศ ระดับการศึกษา และประสบการณ์การทำงาน พบว่า มีความคิดเห็นต่อสภาพปัญหาจากการปฏิบัติตามกระบวนการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
ชื่อวิทยานิพนธ์การศึกษารูปแบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาของวิทยาลัยเทคนิค เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
The Study of an Internal Quality Assurance Model in the Northeastern Technical Colleges
ชื่อนิสิตเสาร์วันดี ผ่านเมือง
Saowandee Phanmuang
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษารศ ดร สุมาลี จันทร์ชลอ อ มงคล ไชยศรี
Asso Prof Dr Sumalee Chanchalor Mr Mongkol Chaisri
ชื่อสถาบันมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี. บัณฑิตวิทยาลัย
King Mongkuts University of Technology Thonburi. Bangkok (Thailand). Graduate School.
ระดับปริญญาและรายละเอียดสาขาวิชาวิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. ครุศาสตร์อุตสาหกรรม (ครุศาสตร์ไฟฟ้า)
Master. Science in Industrial Education (Electrical Technology Education)
ปีที่จบการศึกษา2544
บทคัดย่อ(ไทย)วัตถุประสงค์ของการวิจัยครั้งนี้ เพื่อศึกษาสภาพและรูปแบบการดำเนินงานด้าน การประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาของวิทยาลัยเทคนิค เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประชา กรคือ คณะผู้บริหารและครูอาจารย์ในวิทยาลัยเทคนิค เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือจำนวน 29 แห่งรวมทั้งสิ้น 1,913 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้มาจากการแบ่งเขต การศึกษาและสุ่มตัวอย่างง่ายจากวิทยาลัยเทคนิค เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 14 แห่ง จำนวน 240 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบสัมภาษณ์ชนิดกึ่งโครงสร้าง และ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ค่าเบี่ยง เบนมาตรฐานวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป SPSS for window (Statistical Package for Social Sciences) ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มาจากวิทยาลัยเทคนิคขนาดใหญ่ เป็นเพศชาย อายุระหว่าง 25-35 ปี วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี ตำแหน่งเป็นผู้สอน ประสบการณ์ด้านการประ กันคุณภาพการศึกษาคือได้อ่านเอกสาร/ตำราที่เกี่ยวข้อง สภาพการดำเนินงานประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา สถานศึกษาส่วนใหญ่มีการดำเนิน งานทุกด้านเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง ปัจจัยที่มีผลต่อการดำเนินงานการประกันคุณภาพ ภายในสถานศึกษาส่วนใหญ่ มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ระบบ งานภายในสถานศึกษา กรรมการประกันคุณภาพภายใน บุคลากรภายในสถานศึกษา ความเข้าใจ ในระบบประกันคุณภาพ และรูปแบบการประกันสุขภาพ รูปแบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาของวิทยาลัยเทคนิคเกี่ยวกับโครงสร้าง การประกันคุณภาพภายใน ส่วนใหญ่เห็นว่าควรมีโครงสร้างแบ่งออกเป็น 3 ด้าน คือ ด้าน ปัจจัยนำเข้า ได้แก่ การวางแผนการดำเนินงาน นโยบาย บุคลากร สภาพแวดล้อม เครื่อง มืออุปกรณ์ด้านกระบวนการ ได้แก่ การเรียนการสอน การบริหาร การประกันคุณภาพ และด้าน ผลลัพธ์ ได้แก่ ผลการจัดการเรียนการสอน การประเมินความพึงพอใจของผู้เรียน การ บริหารจัดการ การให้บริการทางวิชาการ รูปแบบเกี่ยวกับการดำเนินงานส่วนใหญ่เห็นด้วยว่าควรมี 6 ขั้นตอน ได้แก่ การ เตรียมความพร้อมของบุคลากร วางแผนการปฏิบัติงาน ดำเนินงานตามแผน ตรวจสอบประเมินผล นำผลการประเมินมาปรับปรุงงาน และจัดทำรายงานการประเมินตนเองหรือรายงานประจำปี รูปแบบเกี่ยวกับมาตรฐาน / องค์ประกอบและตัวบ่งชี้คุณภาพ ส่วนใหญ่เห็นด้วย ว่าควรมีมาตรฐาน 3 ด้าน ได้แก่มาตรฐานด้านผู้เรียน 13 มาตรฐาน 46 ตัวบ่งชี้ ด้าน กระบวนการ 7 มาตรฐาน 39 ตัวบ่งชี้ ละด้านปัจจัย 11 มาตรฐาน 35 ตัวบ่งชี้ รวมเป็น 120 ตัวบ่งชี้ สถานศึกษาส่วนมากมีการดำเนินงานประกันคุณภาพโดยมีหลักฐาน ด้านการกำหนด นโยบาย วัตถุประสงค์ ตัวบ่งชี้ กรอบการประเมิน เกณฑ์และวิธีการวัดผลเกี่ยวกับการประกัน คุณภาพ แผนพัฒนางานประกันคุณภาพภายใน ให้ความรู้กับบุคลากรในการทำประกันคุณภาพ และทำรายงานประเมินตนเอง และสถานศึกษาส่วนมากมีการดำเนินงานแต่ไม่มีหลักฐานด้าน การกำหนดภาระงานและความรับผิดชอบของบุคลากรในการทำประกันคุณภาพภายใน กำหนดขอบ เขตการดำเนินงาน / ขั้นตอนการทำกิจกรรมเกี่ยวกับการทำประกันคุณภาพ ศึกษาสภาพและ ผลการดำเนินงานของสถานศึกษา พัฒนากระบวนการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา และไม่มี การดำเนินงานด้าน แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกเข้าร่วมในคณะประกันคุณภาพ

การประกันคุณภาพ

1 

การมีส่วนร่วมของครูในการดำเนินการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุพรรณบุรี
THE PARTICIPATION OF TEACHERS IN QUALITY ASSURANCE IN THE BASIC EDUCATION SCHOOLS UNDER THE EDUCATIONAL SERVICE AREA OFFICE SUPHAN BURI


Organization : โรงเรียนบ้านห้วยหิน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุพรรณบุรี
ThaSH: ก
Classification :.DDC: 370.2
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับการมีส่วนร่วมของครูในการดำเนินการประกัน คุณภาพภายในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เปรียบเทียบระดับการมีส่วนร่วมของครูในการดำเนินการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยจำแนกตามระดับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานช่วงชั้นที่ 1 - 2 และช่วงชั้นที่ 3 - 4 และศึกษาสภาพปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาการมีส่วนร่วมในการดำเนินการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุพรรณบุรี กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นครูผู้สอนซึ่งทำหน้าที่ครูวิชาการในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุพรรณบุรี จำนวน 197 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามประเภทมาตราส่วนประมาณค่า (rating scale) ชนิด 3 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่น (reliability) เท่ากับ 0.974 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ (percentage) ค่าเฉลี่ย (mean) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (standard deviation) และทดสอบสมมติฐานโดยค่าที (t-test) ผลการวิจัย พบว่า 1. ระดับการมีส่วนร่วมของครู ในการดำเนินการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ขั้นพื้นฐานในภาพรวมทั้ง 6 ขั้นตอนอยู่ในระดับมาก โดยเรียงลำดับค่าเฉลี่ยมากไปหาน้อยดังนี้ ขั้นการดำเนินงานตามแผน ขั้นการวางแผน ขั้นการเตรียมการ ขั้นการจัดทำรายงานประจำปี ขั้นการตรวจสอบและประเมินผล และขั้นการนำผลการประเมินมาปรับปรุงงาน 2. ผลการเปรียบเทียบระดับการมีส่วนร่วมของครู ในการดำเนินการประกันคุณภาพ ภายในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำแนกตามระดับช่วงชั้นที่ 1- 2 และช่วงชั้นที่ 3- 4 ไม่แตกต่างกัน 3. สภาพปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหา การมีส่วนร่วมของครูในการดำเนินการ ประกันคุณภาพภายในที่พบมากที่สุดในแต่ละขั้นเรียงตามลำดับความถี่ 3 อันดับแรก ได้แก่ ปัญหา ในขั้นการจัดทำรายงานประจำปี คือ ขาดข้อมูลสารสนเทศในการจัดทำรายงานประจำปี แก้ไขโดยการจัดให้มีการรวบรวมผลการประเมินคุณภาพการศึกษา รองลงมาเป็นปัญหาในขั้นการนำผลการประเมินมาปรับปรุงงาน คือ มักเป็นหน้าที่ของผู้บริหารและครูวิชาการเท่านั้น แก้ไขโดยส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคลากรทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมในการนำผลการประเมินมาปรับปรุงงาน และปัญหาอันดับที่ 3 เป็นปัญหาในขั้นการวางแผน คือ ขาดการวิเคราะห์ข้อมูลในการวางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา แก้ไขโดยคณะครูร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลและสารสนเทศของสถานศึกษา

2. การประกันคุณภาพการศึกษาโรงเรียนสังกัดเทศบาล เขตการศึกษา 5
EDUCATION QUALITY ASSURANCE IN THE SCHOOLS UNDER THE MUNICIPALITY REGION 5

Organization : โรงเรียนเทศบาล 4 (บ้านชุกกุ่ม) จ.กาญจนบุรี
Classification :.DDC: 371.201
Abstract: ในการวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการดำเนินการประกันคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาของโรงเรียนสังกัดเทศบาล เขตการศึกษา 5 เปรียบเทียบผลการดำเนินการประกันคุณภาพการศึกษา ตามมาตรฐานการศึกษาของโรงเรียนสังกัดเทศบาล เขตการศึกษา 5 จำแนกตามขนาดของโรงเรียนและศึกษาปัญหา และแนวทางการแก้ปัญหาการดำเนินการประกันคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาของโรงเรียนสังกัดเทศบาล เขตการศึกษา 5 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ประกอบด้วย ผู้บริหารโรงเรียนจำนวน 54 คน และจากพนักงานครู เทศบาลผู้สอนจำนวน 306 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่าสถิติ ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย( ) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการทดสอบค่า F (F-test) ที่ระดับความมีนัยสำคัญที่ .05 โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป SPSS/ for Windows Version 10.0 ผลการวิจัยพบว่า 1. ผลการดำเนินการประกันคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนสังกัดเทศบาล เขตการศึกษา 5 ตามมาตรฐานการศึกษาของโรงเรียนสังกัดเทศบาล ทั้ง 3 ด้าน คือ มาตรฐานการศึกษาด้านปัจจัย มาตรฐานการศึกษาด้านกระบวนการ และมาตรฐานการศึกษาด้านผลผลิตอยู่ในระดับปานกลาง 2. เปรียบเทียบผลการดำเนินการประกันคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนสังกัดเทศบาล เขตการศึกษา 5 ตามมาตรฐานการศึกษาของโรงเรียนสังกัดเทศบาล ทั้ง 3 ด้านตามขนาดโรงเรียนขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ พบว่า มีผลการดำเนินการประกันคุณภาพการศึกษาไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า มาตรฐานการศึกษาด้านปัจจัย โรงเรียนขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ มีผลการดำเนินการตามตัวบ่งชี้ที่ 1 ด้านผู้บริหารมีวิสัยทัศน์ในการจัดการศึกษาให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3.ปัญหาการดำเนินการประกันคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาของโรงเรียนสังกัดเทศบาล พบว่า มาตรฐานการศึกษาด้านปัจจัย พบปัญหาการขาดแคลนครูในสาขาวิชาหลัก จำนวนนักเรียนต่อห้องมากกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ครูมีงานอื่นที่ต้องปฏิบัตินอกจากงานสอนเป็นจำนวนมาก บุคลากรในโรงเรียนขาดความสามัคคี มาตรฐานการศึกษาด้านกระบวนการ พบว่า บุคลากรในโรงเรียนยังไม่เข้าใจระบบการประกันคุณภาพการศึกษา โรงเรียนจัดข้อมูลสารสนเทศ ยังไม่สมบูรณ์ คณะกรรมการสถานศึกษาและชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการศึกษากับ โรงเรียนน้อย โรงเรียนมีการนำเอาภูมิปัญญาท้องถิ่นมาร่วมจัดกิจกรรมการเรียนการสอนน้อย มาตรฐานการศึกษาด้านผลผลิต พบว่า นักเรียนขาดความรับผิดชอบ ไม่รักการอ่าน ขาดคุณธรรม จริยธรรม และนักเรียนไม่สามารถที่จะคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และใช้เหตุผลได้


33.การประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานช่วงชั้นที่ 1 - 2 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุพรรณบุรี
THE EDUCATIONAL QUALITY ASSURANCE OF LEVEL 1 - 2 SCHOOLS UNDER THE EDUCATIONAL SERVICE AREA OFFICE SUPHAN BURI

ThaSH: ก
Classification :.DDC: 370.2
Abstract: ในการวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการดำเนินงานและเปรียบเทียบการดำเนินงานรวมทั้งปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาการดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษา ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานช่วงชั้นที่ 1 - 2 ที่ได้รับการประเมินคุณภาพจากภายนอก และยังไม่ได้รับการประเมินคุณภาพจากภายนอก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุพรรณบุรี กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยครูวิชาการที่ปฏิบัติงานในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานช่วงชั้นที่ 1 - 2 จำนวน 197 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า (rating scale)แบบสำรวจรายการ(check list) และแบบคำถามปลายเปิด ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่น (reliability) 0.97 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ( ) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S) และการทดสอบแบบที (t-test) โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป SPSS for Windows version 10.0 ผลการวิจัยพบว่า 1. การดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานช่วงชั้นที่ 1 - 2 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุพรรณบุรี ที่ได้รับการประเมินคุณภาพจากภายนอก และที่ยังไม่ได้รับการประเมินคุณภาพจากภายนอกในภาพรวมทั้ง 3 ด้านอยู่ในระดับมาก เรียงตามลำดับค่าเฉลี่ย คือ มาตรฐานด้านกระบวนการ มาตรฐานด้านปัจจัย และมาตรฐานด้านผู้เรียน แต่ค่าเฉลี่ยผลการดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาที่ได้รับการประเมินคุณภาพจากภายนอก สูงกว่าสถานศึกษาที่ยังไม่ได้รับการประเมินคุณภาพจากภายนอกทั้งใน ภาพรวมและรายด้าน 2. เปรียบเทียบผลการดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานช่วงชั้นที่ 1 - 2 ที่ได้รับการประเมินคุณภาพจากภายนอกแล้ว และยังไม่ได้รับการประเมินคุณภาพจากภายนอกทั้งในภาพรวมและเป็นรายด้านทั้ง 3 ด้าน มีผลการดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 3. ปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาการดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานช่วงชั้นที่ 1 - 2 ในภาพรวมที่พบมากที่สุดในแต่ละด้านมีดังนี้ มาตรฐานการศึกษาด้านผู้เรียน ปัญหาที่พบ คือ นักเรียนขาดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และสรุปเป็นความคิดรวบยอดอย่างเป็นกระบวนการ มีแนวทางการแก้ไข คือ ครูต้องเอาใจใส่ดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิด พัฒนากระบวนการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ จัดกิจกรรมส่งเสริมให้นักเรียนสามารถสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง มาตรฐานการศึกษาด้านกระบวนการ ปัญหาที่พบคือ การบริหารการศึกษาไม่เป็นระบบ ไม่เป็นไปตามแผน และผู้บริหารมีการประชุมมากเกินไป แนวทางแก้ไข คือ ให้บุคลากรทุกคนมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนในการบริหารงานในสถานศึกษา โดยผู้บริหารนิเทศ กำกับ ติดตามอย่างสม่ำเสมอ ส่วนมาตรฐานการศึกษาด้านปัจจัย มีปัญหา คือสถานศึกษาขาดสื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัย มีแนวทางแก้ไขคือ หน่วยงานต้นสังกัดจัดสรร งบประมาณให้ จัดอบรมครูให้สามารถผลิตสื่อและนวัตกรรมที่เป็นอิเล็คทรอนิกส์ได้


 

พาชมวิทยาลัยประมงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์

 You Tube พาชมวิทยาลัยประมงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์